ข้ามไปยังเนื้อหา

ฝึกปฏิบัติ

เวิร์กช็อปฝึกปฏิบัติ

โจทย์จำลองสำหรับฝึกใช้ AI ตามกระบวนการ รวบรวม → เรียบเรียง → วิเคราะห์ → นำเสนอ ทุกสถานการณ์เป็นข้อมูลสมมุติเพื่อการฝึก ไม่อ้างอิงคดีหรือบุคคลจริง

วิธีใช้เวิร์กช็อป

ทำตามขั้นตอนทีละข้อ ใช้ Prompt ที่ให้เป็นจุดตั้งต้น แล้วปรับให้เข้ากับโจทย์ — เป้าหมายคือฝึก “แยกข้อเท็จจริงจากการวิเคราะห์” และ “ระบุสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม” ไม่ใช่แค่ได้คำตอบเร็ว
1

สร้างโปรไฟล์เป้าหมายจากข้อมูลเปิด (OSINT)

ระดับ เริ่มต้น45 นาที

🎯 ฝึกใช้ AI ช่วยรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลเปิดเกี่ยวกับบุคคลเป้าหมายให้เป็นโปรไฟล์ที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

สถานการณ์จำลอง

กองสืบสวน (สมมุติ) ได้รับมอบหมายให้ทำความรู้จักเบื้องต้นกับ “นาย ก.” ผู้ต้องสงสัยใน “คดีจำลองที่ 01/2569” โดยมีเพียงชื่อ–นามสกุลสมมุติและบัญชีสื่อสังคมออนไลน์สาธารณะ [URL] ที่อ้างว่าเป็นของเขา ทีมยังไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตน จึงต้องประมวลข้อมูลเปิดอย่างระมัดระวัง แยกสิ่งที่ยืนยันได้ออกจากการคาดเดา เพื่อไม่ให้โปรไฟล์ชี้นำรูปคดีผิดทาง

ขั้นตอนการฝึก

  1. 1

    1. รวบรวม — กำหนดขอบเขตและแหล่งข้อมูลเปิด

    ระบุให้ชัดว่าต้องการทราบอะไรเกี่ยวกับ “นาย ก.” (ตัวตน ความเชื่อมโยง ที่อยู่โดยประมาณ) แล้วใช้ AI ช่วยร่างรายการแหล่งข้อมูลเปิดที่ตรวจสอบได้ พร้อมเตือนตัวเองว่าผลค้นทุกชิ้นยังเป็นเพียงข้อมูลดิบที่รอการยืนยัน

    Prompt
    ฉันเป็นพนักงานสืบสวนกำลังทำโปรไฟล์เบื้องต้นจากข้อมูลเปิด (OSINT) ของบุคคลสมมุติชื่อ [ชื่อบุคคลสมมุติ]
    ช่วยทำสิ่งต่อไปนี้
    1. ตั้งคำถามหลัก 5 ข้อที่ควรหาคำตอบเกี่ยวกับตัวตนและความเชื่อมโยงของบุคคลนี้
    2. แนะนำประเภทของแหล่งข้อมูลเปิดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (เช่น ทะเบียนสาธารณะ ข่าว โพสต์สาธารณะ)
    3. สำหรับแต่ละแหล่ง ให้ระบุข้อจำกัดและความเสี่ยงเรื่องข้อมูลผิดตัวบุคคล
    ห้ามเดาข้อมูลที่ไม่มีในสิ่งที่ฉันให้ และให้ทำเครื่องหมายชัดเจนว่าส่วนใดเป็นข้อเท็จจริงและส่วนใดเป็นข้อสันนิษฐาน
  2. 2

    2. เรียบเรียง — จัดข้อมูลดิบเป็นโครงโปรไฟล์

    นำข้อมูลที่ค้นได้มาวางในรูปแบบที่อ่านง่าย แยกหัวข้อ (ตัวตน ที่อยู่โดยประมาณ ความเชื่อมโยง) และแนบที่มาของแต่ละข้อความ เพื่อให้สอบทานได้ภายหลัง

    Prompt
    ต่อไปนี้คือบันทึกข้อมูลเปิดที่ฉันรวบรวมเกี่ยวกับ [ชื่อบุคคลสมมุติ] (ข้อมูลสมมุติเพื่อฝึก)
    [วางตารางข้อมูล]
    ช่วยเรียบเรียงเป็นโครงโปรไฟล์ที่มีหัวข้อ ตัวตน / ที่อยู่โดยประมาณ / ความเชื่อมโยง / กิจกรรมที่ปรากฏ
    ทุกบรรทัดให้ระบุที่มาที่ฉันให้มากำกับ ถ้าข้อใดไม่มีที่มาให้เขียนว่า “ไม่มีแหล่งอ้างอิง — รอตรวจสอบ”
    ห้ามเติมข้อมูลใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่ฉันวางให้
  3. 3

    3. วิเคราะห์ — แยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความ

    ใช้ AI ช่วยจัดข้อมูลเป็น 4 ส่วนตามหลัก Verification First คือ ข้อเท็จจริง บทวิเคราะห์ ข้อสงสัย และสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม โดยเน้นว่า AI เป็นผู้ช่วยจัดระเบียบ ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดว่าใครผิด

    Prompt
    จากโครงโปรไฟล์ของ [ชื่อบุคคลสมมุติ] ด้านล่าง ช่วยแยกเนื้อหาออกเป็น 4 กลุ่มให้ชัดเจน
    [วางตารางข้อมูล]
    กลุ่มที่ 1 ข้อเท็จจริง — เฉพาะสิ่งที่มีแหล่งอ้างอิงตรวจสอบได้
    กลุ่มที่ 2 บทวิเคราะห์ — การตีความที่ต่อยอดจากข้อเท็จจริง ระบุเหตุผลกำกับ
    กลุ่มที่ 3 ข้อสงสัย — จุดที่ข้อมูลขัดกันหรือยังคลุมเครือ
    กลุ่มที่ 4 สิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม — ขั้นตอนยืนยันที่ต้องทำต่อ
    อย่ายกระดับข้อสันนิษฐานขึ้นเป็นข้อเท็จจริงเด็ดขาด
  4. 4

    4. ตรวจสอบ (Verification) — สอบทานก่อนเชื่อ

    ตรวจทุกข้อเท็จจริงในโปรไฟล์ว่ามีแหล่งอ้างอิงจริง ระวังการจับคู่ผิดตัวบุคคล (ชื่อซ้ำ) และคัดข้อความที่ AI อาจแต่งเติมขึ้นเองออก หากไม่มีที่มาให้ย้ายไปกลุ่ม “รอตรวจสอบ” เสมอ

  5. 5

    5. นำเสนอ — สรุปโปรไฟล์ฉบับสอบทานแล้ว

    จัดทำโปรไฟล์ฉบับสุดท้ายที่ระบุระดับความเชื่อมั่นของแต่ละข้อ พร้อมรายการสิ่งที่ยังต้องตรวจสอบ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเห็นทั้งสิ่งที่รู้และสิ่งที่ยังไม่รู้

ผลงานที่ต้องส่ง

โปรไฟล์เป้าหมายฉบับสอบทาน 1 หน้า แยกเป็นข้อเท็จจริง บทวิเคราะห์ ข้อสงสัย และสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม โดยทุกข้อเท็จจริงมีแหล่งอ้างอิงกำกับ

เช็กลิสต์ตรวจงานก่อนส่ง

2

สรุปและสกัดประเด็นจากเอกสารยาว

ระดับ เริ่มต้น40 นาที

🎯 ฝึกใช้ AI ย่อเอกสารสำนวนยาวให้เหลือประเด็นสำคัญ พร้อมอ้างอิงหน้าที่มา เพื่อให้สอบทานกลับไปยังต้นฉบับได้

สถานการณ์จำลอง

ทีมได้รับบันทึกถ้อยคำและรายงานประกอบ “คดีจำลองที่ 02/2569” รวมหลายสิบหน้า ซึ่งกล่าวถึง “นาง ข.” และ “บริษัท ตัวอย่างการค้า จำกัด” หัวหน้าชุดต้องการสรุปประเด็นสำคัญภายในเวลาจำกัด แต่ย้ำว่าความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็ว ทุกประเด็นที่สรุปต้องชี้กลับไปหน้าต้นฉบับได้

ขั้นตอนการฝึก

  1. 1

    1. รวบรวม — เตรียมและจัดลำดับเอกสาร

    ระบุชนิดเอกสาร จำนวนหน้า และคำถามที่ต้องการคำตอบ จากนั้นให้ AI ช่วยร่างโครงหัวข้อที่ควรสกัด เช่น ลำดับเหตุการณ์ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และจำนวนเงินที่ปรากฏ

    Prompt
    ฉันมีเอกสารประกอบสำนวนสมมุติของ [คดีจำลองที่ 02/2569] เพื่อฝึกการสรุป
    ช่วยร่างโครงหัวข้อที่ควรสกัดจากเอกสารประเภทบันทึกถ้อยคำและรายงาน ได้แก่
    1. ลำดับเหตุการณ์ตามวันเวลา
    2. บุคคลและนิติบุคคลที่ถูกกล่าวถึง พร้อมบทบาท
    3. จำนวนเงิน/ธุรกรรมที่ปรากฏ
    4. ประเด็นที่ยังขัดแย้งกันในเอกสาร
    ยังไม่ต้องสรุปเนื้อหา ขอแค่โครงหัวข้อสำหรับสกัดข้อมูลก่อน
  2. 2

    2. เรียบเรียง — ย่อโดยคงที่มาหน้าต้นฉบับ

    วางเนื้อความเข้า AI แล้วสั่งให้สรุปทีละหัวข้อ โดยบังคับให้แนบเลขหน้า/ย่อหน้าที่มาทุกประเด็น เพื่อให้สอบทานกลับได้ง่าย

    Prompt
    ต่อไปนี้คือเนื้อหาเอกสารสมมุติ (ตัดเฉพาะส่วนที่ใช้ฝึก) ของ [คดีจำลองที่ 02/2569]
    [ใส่ข้อความ]
    ช่วยสรุปตามโครงหัวข้อที่ตกลงกันไว้ โดยแต่ละประเด็นต้องระบุเลขหน้าหรือย่อหน้าที่มากำกับในวงเล็บ
    ถ้าหัวข้อใดไม่มีข้อมูลในเอกสาร ให้เขียนว่า “ไม่พบในเอกสารที่ให้”
    ห้ามสรุปเกินกว่าที่ข้อความระบุ และห้ามเติมรายละเอียดที่ไม่มีในต้นฉบับ
  3. 3

    3. วิเคราะห์ — แยกข้อเท็จจริงและจุดขัดแย้ง

    ให้ AI ช่วยชี้จุดที่เอกสารต่างฉบับให้ข้อมูลไม่ตรงกัน และแยกออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริงในเอกสาร อะไรคือการตีความของผู้สรุป

    Prompt
    จากบทสรุปด้านล่างของ [คดีจำลองที่ 02/2569]
    [วางตารางข้อมูล]
    ช่วยทำ 3 อย่าง
    1. ชี้จุดที่เนื้อหาในเอกสารขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกัน พร้อมระบุหน้าที่มาทั้งสองฝั่ง
    2. แยกข้อความที่เป็นข้อเท็จจริงตามเอกสาร ออกจากข้อความที่เป็นการตีความ
    3. เสนอคำถามที่ควรตรวจสอบเพิ่มกับต้นฉบับหรือพยาน
    เน้นว่าหน้าที่ของคุณคือช่วยจัดระเบียบ ไม่ใช่ตัดสินว่าใครพูดจริง
  4. 4

    4. ตรวจสอบ (Verification) — เทียบกับต้นฉบับ

    สุ่มเปิดต้นฉบับตามเลขหน้าที่ AI อ้าง เพื่อยืนยันว่าไม่มีการสรุปคลาดเคลื่อนหรือสร้างเลขหน้าปลอม หากพบประเด็นใดไม่มีที่มาจริง ให้ตัดออกหรือย้ายไปกลุ่มรอตรวจสอบ

  5. 5

    5. นำเสนอ — สรุปประเด็นพร้อมรายการตรวจสอบ

    จัดทำสรุปประเด็นสำคัญ 1 หน้าแนบเลขหน้าที่มา และต่อท้ายด้วยรายการสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม เพื่อให้ผู้อ่านแยกได้ว่าอะไรยืนยันแล้วและอะไรยังค้าง

ผลงานที่ต้องส่ง

สรุปประเด็นสำคัญของสำนวนความยาว 1 หน้า ที่ทุกประเด็นแนบเลขหน้าต้นฉบับ พร้อมรายการจุดขัดแย้งและสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม

เช็กลิสต์ตรวจงานก่อนส่ง

3

ติดตามเส้นทางการเงินจากรายการธุรกรรม

ระดับ กลาง60 นาที

🎯 ฝึกใช้ AI ช่วยจัดระเบียบรายการธุรกรรมจำนวนมากให้เป็นไทม์ไลน์และผังการโอน พร้อมแยกข้อเท็จจริงออกจากข้อสันนิษฐานเรื่องเจตนา

สถานการณ์จำลอง

ใน “คดีจำลองที่ 03/2569” ทีมได้รับสำเนารายการเดินบัญชีสมมุติของ “นาย ค.” บัญชี “XXX-X-XXXXX-X” ซึ่งมีการโอนเข้า–ออกกับ “หจก. สมมุติพาณิชย์” และ “น.ส. ง.” หลายร้อยรายการ ภารกิจคือเรียบเรียงให้เห็นภาพการเคลื่อนไหวของเงิน โดยต้องระวังไม่ด่วนสรุปว่าการโอนใดผิดกฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันเจตนา

ขั้นตอนการฝึก

  1. 1

    1. รวบรวม — ปรับรายการธุรกรรมให้เป็นรูปแบบเดียวกัน

    ให้ AI ช่วยจัดรายการดิบให้เป็นตารางมาตรฐาน (วันเวลา ผู้โอน ผู้รับ จำนวนเงิน ช่องทาง หมายเหตุ) เพื่อให้ขั้นตอนวิเคราะห์ทำได้ถูกต้อง โดยย้ำว่าตัวเลขทุกตัวต้องตรงกับต้นฉบับ

    Prompt
    ฉันมีรายการธุรกรรมสมมุติเพื่อฝึกติดตามเส้นทางการเงินใน [คดีจำลองที่ 03/2569]
    [รายการธุรกรรม]
    ช่วยจัดให้เป็นตารางมาตรฐานที่มีคอลัมน์ วันเวลา / ผู้โอน / ผู้รับ / จำนวนเงิน / ช่องทาง / หมายเหตุ
    ห้ามเปลี่ยนแปลงตัวเลขจำนวนเงินหรือวันที่จากที่ฉันให้
    ถ้าข้อมูลช่องใดขาด ให้ใส่ว่า “ไม่ระบุ” แทนการเดา
  2. 2

    2. เรียบเรียง — สร้างไทม์ไลน์และผังการโอน

    ใช้ AI เรียงธุรกรรมตามเวลาและสรุปทิศทางการไหลของเงินระหว่างบัญชี โดยให้แสดงยอดรวมเข้า–ออกของแต่ละคู่ความสัมพันธ์ เพื่อเห็นภาพรวมก่อนตีความ

    Prompt
    จากตารางธุรกรรมมาตรฐานด้านล่างของ [คดีจำลองที่ 03/2569]
    [วางตารางข้อมูล]
    ช่วยทำ 2 อย่าง
    1. เรียงเป็นไทม์ไลน์ตามวันเวลา สรุปเหตุการณ์การเงินที่สำคัญแต่ละช่วง
    2. สรุปผังการโอนแบบข้อความ ว่าใครโอนหาใคร รวมกี่ครั้ง ยอดรวมเท่าใด
    ให้ยึดตัวเลขตามตารางเท่านั้น และยังไม่ต้องตีความว่าการโอนใดผิดปกติในขั้นนี้
  3. 3

    3. วิเคราะห์ — ชี้รูปแบบที่ควรตรวจสอบ แต่ไม่ชี้ขาดเจตนา

    ให้ AI ช่วยระบุรูปแบบที่น่าสนใจ (เช่น โอนเป็นจำนวนซ้ำ ๆ หรือโอนต่อทันที) แล้วแยกชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เห็นในข้อมูล อะไรคือข้อสันนิษฐาน ย้ำว่ารูปแบบที่ผิดปกติยังไม่เท่ากับความผิด ต้องมีหลักฐานเจตนาเพิ่ม

    Prompt
    จากไทม์ไลน์และผังการโอนของ [คดีจำลองที่ 03/2569]
    [วางตารางข้อมูล]
    ช่วยจัดผลออกเป็น 4 กลุ่มตามหลัก Verification First
    1. ข้อเท็จจริง — รูปแบบการเงินที่เห็นได้จากตัวเลขโดยตรง
    2. บทวิเคราะห์ — สมมติฐานที่อาจอธิบายรูปแบบนั้น ระบุเหตุผลกำกับ
    3. ข้อสงสัย — จุดที่ข้อมูลไม่พอจะสรุป
    4. สิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม — เอกสารหรือพยานที่ต้องขอเพิ่ม
    ย้ำว่าห้ามสรุปว่าธุรกรรมใดผิดกฎหมายหากยังไม่มีหลักฐานเจตนา
  4. 4

    4. ตรวจสอบ (Verification) — กระทบยอดกับต้นฉบับ

    สุ่มกระทบยอดธุรกรรมที่ AI สรุปกับรายการเดินบัญชีต้นฉบับ ตรวจการบวกยอดรวมและทิศทางการโอนว่าตรงกัน หากพบตัวเลขคลาดเคลื่อนหรือคู่บัญชีที่ AI อนุมานเอง ให้แก้ให้ตรงต้นฉบับทันที

  5. 5

    5. นำเสนอ — ไทม์ไลน์ + บทวิเคราะห์ที่แยกชั้น

    จัดทำเอกสารนำเสนอที่มีไทม์ไลน์การเงิน ผังการโอนสรุป และบทวิเคราะห์ที่แยกข้อเท็จจริง ข้อสงสัย และสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาตัดสินใจสั่งการบนข้อมูลที่ถูกต้อง

ผลงานที่ต้องส่ง

ตารางไทม์ไลน์การเงินและผังการโอนสรุป พร้อมบทวิเคราะห์ที่แยกข้อเท็จจริง ข้อสงสัย และสิ่งที่ต้องตรวจสอบ โดยไม่ด่วนสรุปเจตนาหรือความผิด

เช็กลิสต์ตรวจงานก่อนส่ง

4

สร้างผังความเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง

ระดับ สูง75 นาที

🎯 ฝึกใช้ AI สังเคราะห์ข้อมูลหลายแหล่งให้เป็นผังความเชื่อมโยงของบุคคลและนิติบุคคล พร้อมระบุระดับความเชื่อมั่นและจุดที่ต้องตรวจสอบของแต่ละเส้นเชื่อม

สถานการณ์จำลอง

“คดีจำลองที่ 04/2569” เกี่ยวพันหลายตัวละครสมมุติ ได้แก่ “นาย ก.” “นาง ข.” “นาย ค.” “น.ส. ง.” “บริษัท ตัวอย่างการค้า จำกัด” และ “หจก. สมมุติพาณิชย์” ในพื้นที่ “ย่านสมมุติ A” โดยมีรถทะเบียน “ตัวอย่าง 1กก-1234” ปรากฏซ้ำ ทีมต้องประกอบภาพความสัมพันธ์จากข้อมูลที่กระจัดกระจาย ซึ่งบางส่วนยืนยันได้ บางส่วนเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

ขั้นตอนการฝึก

  1. 1

    1. รวบรวม — รวมข้อมูลเป็นรายการความสัมพันธ์

    ให้ AI ช่วยแปลงข้อมูลดิบจากหลายแหล่งเป็นรายการความสัมพันธ์รูปแบบ ต้นทาง–ความสัมพันธ์–ปลายทาง พร้อมแหล่งที่มาของแต่ละเส้น เพื่อให้สร้างผังต่อได้อย่างเป็นระบบ

    Prompt
    ฉันกำลังทำผังเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องในคดีฝึกสมมุติ [คดีจำลองที่ 04/2569]
    ต่อไปนี้คือข้อมูลดิบจากหลายแหล่ง
    [วางตารางข้อมูล]
    ช่วยแปลงเป็นรายการความสัมพันธ์ในรูปแบบ ต้นทาง | ความสัมพันธ์ | ปลายทาง | แหล่งที่มา
    ใช้เฉพาะความเชื่อมโยงที่ปรากฏในข้อมูลที่ให้เท่านั้น
    ถ้าความสัมพันธ์ใดเป็นการอนุมาน ให้ทำเครื่องหมาย (อนุมาน) ไว้ท้ายบรรทัด
  2. 2

    2. เรียบเรียง — ร่างผังและจัดกลุ่มความสัมพันธ์

    ใช้ AI จัดกลุ่มตัวละครเป็นคลัสเตอร์ตามความใกล้ชิด และร่างคำอธิบายผังเป็นข้อความ เพื่อนำไปวาดเป็นไดอะแกรมต่อ โดยคงการแยกระหว่างเส้นที่ยืนยันแล้วกับเส้นที่ยังอนุมาน

    Prompt
    จากรายการความสัมพันธ์ด้านล่างของ [คดีจำลองที่ 04/2569]
    [วางตารางข้อมูล]
    ช่วยทำ 2 อย่าง
    1. จัดกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลเป็นคลัสเตอร์ตามความใกล้ชิด พร้อมอธิบายเหตุผล
    2. ร่างคำอธิบายผังเป็นข้อความ ระบุชัดว่าเส้นใดมีแหล่งอ้างอิงและเส้นใดเป็นการอนุมาน
    อย่ารวมบุคคลเข้าคลัสเตอร์เดียวกันเพียงเพราะอยู่ย่านเดียวกัน หากไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงโดยตรง
  3. 3

    3. วิเคราะห์ — ประเมินน้ำหนักและช่องว่างของผัง

    ให้ AI ช่วยประเมินว่าเส้นเชื่อมใดมีน้ำหนักหลักฐานมาก–น้อย ระบุตัวละครศูนย์กลางที่ปรากฏ และชี้ช่องว่างของข้อมูล โดยแยกข้อเท็จจริงจากการคาดเดาอย่างชัดเจน

    Prompt
    จากผังความเชื่อมโยงของ [คดีจำลองที่ 04/2569]
    [วางตารางข้อมูล]
    ช่วยจัดผลเป็น 4 กลุ่มตามหลัก Verification First
    1. ข้อเท็จจริง — ความเชื่อมโยงที่มีแหล่งอ้างอิงตรวจสอบได้
    2. บทวิเคราะห์ — บทบาทหรือความสำคัญของตัวละครที่อนุมานได้ ระบุเหตุผล
    3. ข้อสงสัย — เส้นเชื่อมที่ข้อมูลยังขัดแย้งหรือบาง
    4. สิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม — ข้อมูลที่ต้องหามาเติมเพื่อยืนยันเส้นเชื่อมสำคัญ
    ห้ามชี้ว่าใครเป็นตัวการหลักหากยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ
  4. 4

    4. ตรวจสอบ (Verification) — สอบทานทุกเส้นเชื่อม

    ตรวจว่าทุกเส้นเชื่อมในผังมีแหล่งอ้างอิงตรงกับข้อมูลดิบ คัดเส้นที่ AI สร้างความสัมพันธ์ขึ้นเองออก และทบทวนว่าระดับความเชื่อมั่นที่ระบุสอดคล้องกับหลักฐานจริง

  5. 5

    5. นำเสนอ — ผังพร้อมระดับความเชื่อมั่น

    จัดทำผังความเชื่อมโยงฉบับนำเสนอที่กำกับระดับความเชื่อมั่นของแต่ละเส้น (เส้นทึบ=ยืนยัน เส้นประ=อนุมาน) พร้อมบทวิเคราะห์และรายการสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม เพื่อให้ทีมวางแผนสืบสวนต่อได้ตรงเป้า

ผลงานที่ต้องส่ง

ผังความเชื่อมโยงเครือข่ายพร้อมคำอธิบาย ที่กำกับระดับความเชื่อมั่นของแต่ละเส้นเชื่อม แนบบทวิเคราะห์ซึ่งแยกข้อเท็จจริง ข้อสงสัย และสิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม

เช็กลิสต์ตรวจงานก่อนส่ง